สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทยร่วมเป็นหนึ่งในการผลักดันศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ของคนไทย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 นายอิศเรศ ประจิตมุทิตา รักษาการนายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย เป็นตัวแทนสมาคมเข้าร่วม "พิธีแสดงเจตจำนงเข้าร่วมกฎบัตรภาคีปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (Thai AI Consortium)" "พิธีเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรความสามารถพิเศษด้านปัญญาประดิษฐ์ (Super AI Engineer)" และ "พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการองค์ความรู้ดิจิทัลการรับรองและพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Academy Alliance)" ณ โรงละคอนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ปทุมธานี โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในงาน พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย นำโดย ศ.ดร. ธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคม ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา กว่า 70 องค์กร

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ได้ลงนามคณะผู้ก่อตั้ง AI Academy Alliance ร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย, สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต, เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดย สถาบันวิชาการทีโอที ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นเพื่อจัดการองค์ความรู้ดิจิทัล การรับรองและพัฒนาทักษะ ด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ

ในงานครั้งนี้ มีหน่วยงานเข้าร่วมทั้งสิ้นถึง 73 หน่วยงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานและองค์กรในภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทยพร้อมจะขับเคลื่อนไปสู่สังคมปัญญาประดิษฐ์ โดยจุดประสงค์ของการร่วมมือจากหลายฝ่ายในงานครั้งนี้คือ การพัฒนาบุคลากรของชาติ สร้างทรัพยากรการเรียนรู้ และดำเนินกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก ‘ชุมชนปัญญาประดิษฐ์’ สู่ ‘ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์’ เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต การเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุน และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทัดเทียมสากล

โครงการ Young TPA Camp รุ่น 1

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย และ The Self Made จัดตั้งขึ้นเพื่อเหตุผลในการ ยกระดับและพัฒนาโปรแกรมเมอร์ไทย โดยการให้ความรู้ ส่งเสริมพัฒนาทักษะ สร้างโอกาสใหม่ๆ พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยยกระดับให้แก่นักพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างดียิ่ง อีกทั้งมีเป้าหมายที่จะใช้การศึกษาเพื่อช่วยเหลือสังคม เปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยการศึกษา

       จึงได้มีแนวคิดจัดแคมป์สร้างเว็บไซต์ระดับอุดมศึกษา ที่มีอายุตั้งแต่ 15 - 23 ปี และผ่านการคัดเลือกมาฝึกทักษะของตนเอง พร้อมกับสร้างเว็บไซต์ที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคมปัจจุบัน โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในแคมป์ ที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้เสริมสร้างประสบการณ์ เตรียมพร้อมสำหรับชีวิตในการทำงานจริงและได้นำเสนอผลงานจริง ต่อผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ภายใต้ชื่อโครงการ “Young TPA Camp”

       สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ทำการแบ่งทักษะเชิงลึกออกเป็น 4 สาขา ตามความถนัดและความสนใจของผู้เข้าร่วม ดังนี้

1) ทักษะด้าน Front End Developer

2) ทักษะด้าน Back End Developer

3) ทักษะด้าน User Interface / User Experience (UX / UI)

4) ทักษะที่จำเป็นสำหรับ Product Owner : / Business Analytics / Project Management / Marketing

วัตถุประสงค์

1) เพื่อพัฒนาและยกระดับ ความสามารถผู้เข้าร่วมกิจกรรมในระดับอุดมศึกษาสู่ Coder มืออาชีพ
2) เพื่อสร้างเครือค่ายแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ จากรุ่นสู่รุ่น
3) เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนระดับอุดมศึกษา ได้เรียนรู้ทักษะ พร้อมทั้งแนวความคิด
จากผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จ และทิศทางของอนาคต

วันที่ 25 กันยายน 2563 - 28 กันยายน 2563

เริ่มรับสมัคร 10 สิงหาคม 2563 - 6 กันยายน 2563

-ประกาศผลรอบ 1       7 กันยายน 2563 คัดจากใบสมัคร

-ประกาศผลรอบที่ 2    11 กันยายน 2563 พร้อมนัดสัมภาษณ์ Online

-ประกาศผลรอบที่ 3    18 กันยายน 2563  

กลุ่มเป้าหมายและผู้เข้าร่วมโครงการ
นักเรียนระดับอุดมศึกษา และมหาวิทยาลัย อายุตั้งแต่ 15 – 23 ปี ผ่านการ
คัดเลือกจำนวน 80 คน โดยจะแบ่ง เป็น 10 ทีม ทีมละ 8 คน

สนใจสมัครได้ที่  https://forms.

Soft ware Park สู่โครงการ EECI รองรับโปรแกรมเมอร์ยุคใหม่

ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์ปาร์ค ประเทศไทย ได้ให้เกียรติกับ TPA Channel By สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย  ถึง ซอฟต์แวร์ ในอนาคตที่กำลังขับเคลื่อนไป ในงาน Code Camp #5  Demo Day ที่จัดขึ้น ที่อาคาร ซอฟต์แวร์ปาร์ค ว่าทาง ซอฟต์แวร์ปาร์ค มีปรับการดำเนินการ ซอฟต์แวร์ พื้นฐานสู่การพัฒนาที่มากขึ้น โดยใช้ระบบ Automation และ โรโบติกส์ เพื่อตอบสนองแนวทางนโยบายของ สวทช. นำไปสู่โครงการ EECI ซึ่งจะเน้นการพัฒนานวัตกรรมในเขต EEC ที่มุ่งเน้นพัฒนาเทคโนยีเกี่ยว Automation  โรโบติกส์ และ Intelligent โดยทาง ซอฟต์แวร์ปาร์ค จะมีการเพิ่มหลักสูตร เพื่อการพัฒนาบุคลากรในด้าน Automation และ โรโบติกส์ ให้มากขึ้นด้วย ดร.ภัทราวดี ได้กล่าวว่าตลาดโปรแกรมเมอร์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า ยังขาดแคลนบุคลากรอีกประมาณ 35,000 อัตรา ข้อมูลจากสอวช. ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียด ได้ที่เว็ปไซด์ ของ สอวช.

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย เผย โครงการในอนาคตของสมาคม

นาย กฤษฎา เฉลิมสุข นายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการที่ทางสมาคมได้จัดขึ้นและที่กำลังจะดำเนินการจัดขึ้นในอนาคต เพื่อรองรับบุคลากรด้านโปรแกรมเมอร์ ในงาน demo day อีกมากมายหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น

1.โครงการ code camp ซึ่งเป็นโครงการเรียนแบบออฟไลน์ 3 เดือน หรือ เรียนแบบออนไลน์ 6 เดือน สามารถเป็นโปรแกรมเมอร์ได้เลยโดยผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน

2.งาน code mania ซึ่งจัดขึ้นปีละ 2 ครั้งเป็นงาน อัพเดทเทรนด้านเทคโนโลยี โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาพูดคุยกัน

3.Great company Great Culture เป็นการเชิญชวนบริษัทต่างๆที่มีวัฒนธรรมที่ดีในการใส่ใจดูแลเหล่าโปรแกรมเมอร์มาบอกเล่าถึงการดูแลโปรแกรมเมอร์ของบริษัทอย่างไรเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบริษัทอื่นๆในเครือข่าย

4.TPA Academy camp เป็นแคมป์ 3 วัน 2 คืน ที่เปิดให้น้องๆรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรม โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปทาง back-end  front-end UX UI และ Product Owner

5.TPA Partner โดยทางสมาคมจะจัดตัวแทนตามมหาลัยต่างๆเพื่อเผยแพร่โครงการและรวบรวมกลุ่มคนที่สนใจภายในมหาลัย

6.TPA For all โครงการนี้มุ่งเน้นการเผยแพร่ Community ไปยังที่ต่างๆ โดยมีเงินทุนสนับสนุนให้กับผู้ที่มีโครงการในการนำเสนอการพัฒนาดิจิตอลให้กับคนรอบข้างอย่างไร สูงสุดถึง 100000 บาท ต่อโครงการ

7.TPA Education ซึ่งโครงการนี้ทางสมาคมได้ร่วมมือกับภาคการศึกษา เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับ Programming

8.TPA senior Project เป็นการพัฒนาเพิ่มเติมจากหลักสูตร senior Project ที่ผ่านมาให้สามารถนำมาใช้ได้จริง

9.Code scholarship เป็นโครงการที่จะมอบทุนการศึกษาให้กับผู้ที่สนใจจะเรียนในสายงานดิจิตอล

10.Code live เป็นการ live สดออนไลน์ โดยการเชิญบริษัทหรือโปรแกรมเมอร์ มาพูดคุยให้ความรู้

11.Online course จะมีการเปิดสอนออนไลน์เพิ่มขึ้นจากคอร์สต่างๆที่ทางสมาคมมีอยู่ เพื่อเพิ่มหลักสูตรให้ครอบคลุมและหลากหลาย

12.Digital Skill โดยทางสมาคมได้ร่วมมือกับ Depa เป็นศูนย์กลางที่จะให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการชมวีดีโอ หรือ จากบทความต่างๆ

13.Code clinic ทางสมาคมจะเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่างๆที่ต้องการคำปรึกษาด้านดิจิตอล ฟรี

14.Code Chill chill โครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้โปรแกรมเมอร์ได้มีสังคมมากขึ้น โดยการร่วมมือกับอีก 3 สมาคม เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

 ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามอัพเดทข่าวสาร และโครงการดีๆของทางสมาคมได้ที่

Facebook Fanpage : สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย 

Facebook Fanpage : Tpa channel By สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

Youtube Channel : TPA channel By Thai Programmer

Software Park Thailand Code Camp 5 – Demo Day

นำไปสู่โปรแกรมเมอร์ยุคใหม่ ซอฟต์แวร์ปาร์ค ร่วมกับ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย 

ดร.ภัทราวดี พลอยกิติกูล ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์ปาร์ค เป็นประธาน เปิดงาน Code Camp#5 – Demo Day and Speeddating โดยจัดให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้นำผลงานมานำเสนอต่อผู้ประกอบการธุรกิจดิจิตอล กว่า 10 บริษัท และผู้บริหารของทาง ซอฟต์แวร์ปาร์ค เพื่อสร้างโอกาสในการร่วมงานกับบริษัทผู้ประกอบธุรกิจดิจิตอล โดยในการมีการเปิดบูธ เพื่อพิจารณาผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการและผู้ที่สนใจร่วมงานในวงการธุรกิจดิจิตอลอีกด้วย

นาย  กฤษฎา เฉลิมสุข 

  นายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย  ยังให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ Code camp อีกว่า โครงการได้ดำเนินการมาถึงรุ่นที่6 แล้วกำลังเดินทางไปสู่รุ่นที่7 โดยผู้ร่วมโครงการที่จบไปแล้ว5รุ่นนั้น มีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 200 คน ซึ่งสามารถนำสิ่งที่ได้จากการเข้าโครงการไปใช้ทำงานได้จริง แม้ว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่มีประสบการณ์ด้านโปรแกรมเมอร์มาก่อนก็สามารถเข้าร่วมโครงการและผ่านการอบรมนำไปพัฒนาต่อยอดสายอาชีพสู่วงการดิจิตอลได้จริง

ทั้งนี้ทางสมาคมยังมีโครงการต่างๆอีกมากมายที่จะเปิดให้กับผู้ที่สนใจหรือผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเอง ได้เข้าร่วมกับโครงการและกิจกรรมต่างๆของสมาคม 

ทางนายกสมาคมยังเผยอีกว่า ไม่มีได้ผู้ประกอบการธุรกิจดิจิตอลแค่10บริษัทที่ เข้าร่วมงาน Demo day แต่ทางสมาคมยังมีผู้ประกอบการอีกกว่า 100 บริษัท ที่จะรองรับโปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่ โดยโครงการนี้จะเป็นสื่อกลางและเพิ่มโอกาสให้กับโปรแกรมเมอร์ยุคใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสายงานอาชีพ โปรแกรมเมอร์ และสายงานธุรกิจดิจิตอลสามารถติดตามข่าวสารและโครงการต่างๆของสมาคมได้ที่

Facebook Fanpage : สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย 

Facebook Fanpage : Tpa channel By สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย

Youtube Channel : TPA channel By Thai Programmer

depa ร่วมกับ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย มอบทุนสนับสนุน SMEs รายละ 10,000 บาท!!

 

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย (TPA) ได้รับมอบให้เป็นหน่วยงานในการดำเนินงานโครงการ depa mini Transformation Voucher พื้นที่ภาคกลาง ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งในการนี้ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทยเล็งเห็นความสําคัญของการสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs อีกทั้งการทำเกิดกลไกหมุนเวียนในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs และ Digital Provider ของโครงการนั้น จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป

1. วัตถุประสงค์โครงการ

สนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจ
สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบ e-commerce เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs สามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลประกอบการทางธุรกิจ
สนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs เพื่อให้เกิดกลไกหมุนเวียนในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

2. รายละเอียดโครงการโดยย่อ

การสนับสนุน SMEs ในรูปแบบเงินให้เปล่า สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระกับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะต้องซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการกับผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนเป็น Digital Provider กับ depa เท่านั้น โดยวงเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

รูปแบบการสนับสนุน
เป็นการเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง กล่าวคือ SMEs ที่จะเข้าร่วมโครงการต้องสำรองค่าใช้จ่ายการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการไปก่อน จากนั้นจึงนำส่งหลักฐานเอกสารตามเงื่อนไขมาเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง
การขอรับการสนับสนุน
ผู้สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนขอรับการสนับสนุนได้ที่ https://voucher.

TPA เปิดตัวโครงการ “SME ไทยและชาวเน็ตร่วมใจ เรียนด้วยได้บุญด้วย” ร่วมช่วย COVID-19

สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย หรือ Thai Programmer Association (TPA) เล็งเห็นถึงผลกระทบของวิกฤตจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการและคนทำงานที่ได้ความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากจึงได้ริเริ่มโครงการ “SME ไทยและชาวเน็ตร่วมใจ เรียนด้วยได้บุญด้วย” เพื่อสร้างโอกาสในการหารายได้ และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจาก COVID-19

คุณกฤษฎา เฉลิมสุข นายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ริเริ่มโครงการนี้โดยการรวมกลุ่มกับหลากหลายองค์กรชั้นนำของไทย ที่พร้อมจะนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาเผยแพร่ เพื่อช่วยแก้ปัญหา 3 ประการที่สำคัญ ได้แก่ 

ปัญหาการว่างงานของประชาชน
การปรับตัวของ SMEs ในประเทศไทย
ปัญหาการขาดแคลนเงินบริจาคขององค์กรต่าง ๆ

ในปัจจุบัน ธุรกิจ SME มีการขยายตัวทางด้านออนไลน์มากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีในยุคดิจิตอล ทางสมาคมฯ จึงได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น Microsoft Thailand, Kasikorn Business - Technology Group (KBTG) หรือ เมืองไทยประกันชีวิต เพื่อจัดทำคอร์สเรียนออนไลน์ในรูปแบบ Live Streaming ซึ่งดำเนินการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ จากองค์กรชั้นนำในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ

คอร์สเรียนของโครงการ “SME ไทยและชาวเน็ตร่วมใจ เรียนด้วยได้บุญด้วย” มีอะไรบ้าง?

โครงการนี้มีเนื้อหาหลัก 4 ส่วน ได้แก่

Digital Transformation for SME  สำหรับเจ้าของธุรกิจที่สนใจเพิ่มช่องทางการขายบน Digital Platform ต่างๆ และเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับยุค Digital รวมถึงมีการแนะนำ Software ต่างๆเพื่อช่วยในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้พร้อมกับการทำ Digital Transformation
Programming สำหรับผู้ที่สนใจงานเขียนโปรแกรมต่างๆเพื่อนำไปต่อยอดทักษะให้ดียิ่งขึ้นซึ่งทางสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทยได้ยกทัพผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาเป็นจำนวนมากเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนได้เรียนรู้กันจุใจกับหลากหลาย Technology เช่น ReactJS, CSS, Python, Could compunting และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะช่วยให้ผู้เรียนเตรียมพร้อมกับสายงานนี้ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการสูงมากของตลาด
Digital Marketing สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้และเข้าใจกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อนำไปปรับใช้ในธุรกิจ รวมถึงการใช้ Marketing tool ต่างๆ และการเขียน Content Marketing เพื่อเพิ่มยอดขายในช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะ Social Media และ E-commerce
Personal Development สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ เช่น การฝึกทักษะการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การบริหารทางการเงิน และการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมพร้อมทำงาน

ซึ่งในเนื้อหาหลักแต่ละอย่าง ทางสมาคมฯ ได้จัดเตรียมคอร์สเรียนจำนวนมาก มาให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนได้เรียนรู้พร้อมกับมีการมอบใบ Certificate ร่วมกับองค์กรชั้นนำให้กับผู้ที่เรียนครบผ่านตามเงื่อนไข ส่วนนี้รอติดตามคอร์สเรียนต่างๆได้ที่ Facebook Page ของสมาคมฯได้เลย

ทางสมาคมฯ ต้องการให้โครงการนี้สามารถเข้าถึงได้กับคนทุกระดับ และทุกสายอาชีพ ผู้ที่สนใจโครงการนี้ สามารถเข้าร่วมได้ง่ายๆ โดยการบริจาคเงินเริ่มต้นที่เท่าไรก็ได้ ต่อหนึ่งคอร์สเรียน ซึ่งมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกกับทางสมาคมฯ จะสามารถพูดคุยเพื่อปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ 1 วัน โดยเงินบริจาคทั้งหมด จะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19

นอกจากผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ในโครงการนี้แล้ว ทางสมาคมฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่งหากมีองค์กรที่สนใจจะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “SME ไทยและชาวเน็ตร่วมใจ เรียนด้วยได้บุญด้วย” ทั้งในด้านการให้ความรู้ และการสนับสนุนในด้านต่างๆ
หลักสูตรทั้งหมดสามารถดูได้ที่ : กดดูที่นี่

วิธีการลงทะเบียนเรียน
** ง่ายๆ เพียงทำตาม ขั้นตอนเหล่านี้ให้ครบ จะไม่สับสน "เลือก Course, เลือกสถานที่บริจาค, โอนเงิน, upload slip + ยืนยัน Course + รอรับ link เข้าเรียน "

ทำการดูหลักสูตรทั้งหมดที่นี่ เพื่อทำการดูหลักสูตรที่สนใจ จากนั้น จำชื่อหลักสูตรไว้ในใจ หรือจดไว้ พร้อมทั้งคำนวนยอดเงินทั้งหมดที่ต้องการบริจาค เช่น ถ้าต้องการเรียน 3 วัน อยากอยากบริจาคคอร์สละ 100 ต้องบริจาค 3x100 = 300 บาท
ดูโครงการทั้งหมดที่ต้องการระดมทุน ที่นี่
กดปุ่ม Donate เพื่อเลือกโครงการที่ต้องการระดมทุน และทำการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และยืนยัน การบริจาค

จากนั้น จะได้รับ id ของการบริจาค ให้ทำการจำตัวเลขนี้เก็บไว้ เช่น #7140

ไปที่ เมนู "แจ้งโอนบริจาค" หรือ click ที่นี่
ที่บริเวณรายการสั่งซื้อ

ให้เลือก id ของการบริจาค ที่ได้รับจากข้อ 3A
ให้เลือก course ที่ต้องการลง ไว้ (ถ้าต้องการลงทะเบียนหลาย Course สามารถติ๊กเลือกได้หลายๆ ครั้ง)
จากนั้นกรอกข้อมูลอื่นๆ ให้ครบถ้วน แล้วกด "ส่งข้อมูล"

เป็นอันเสร็จสิ้น รอทีมงานส่ง Email ยืนยัน link ในการเข้าเรียน ไปยัง Email ที่ท่านได้แจ้งเอาไว้ (ทีมจะส่งให้อย่างน้อย 3 วันก่อนวันเริ่มเรียน)

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดโครงการและติดตามข่าวสารต่าง ๆได้ที่

Line @ สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ( @thaiprogrammer )
https://www.

ทำไม Flutter ถึงเป็นเทรนด์สำหรับนักพัฒนาในปี 2020

Flutter เป็นเครื่องมือช่วยสร้างแอพพลิเคชั่นในมือถือน้องใหม่ในโลกของนักพัฒนาที่เติบโตได้ไวมาก 7 ข้อดีของ Flutter ที่ทำให้ผู้คนหลงรักแอพพลิเคชั่นนี้คืออะไร ตามมาดูกันค่ะ

ใช้ UI และ Business Logic เดียวกันในทุกแพลตฟอร์ม

ข้อได้เปรียบแรกของ Flutter คือ สามารถแยกรูปแบบ UI ทั่วไปออกมาจากวิดเจ็ตที่ใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องตั้งค่าคุณสมบัติ UI เช่นสี สไตล์ ฯลฯ อีกด้วย เราสามารถปรับ UI และBusiness logic ทั่วๆไป ผ่านการแก้ไข Code ได้ทั้งในแอป Android และ IOS

ประหยัดเวลา

เนื่องจากคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมของ Flutter ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับใช้ข้อมูลในแอพพลิเคชั่น ยกตัวอย่างเช่น ในการเขียนโปรแกรมปกติ คุณสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดได้ทันทีโดยไม่สูญเสียสถานะของแอปพลิเคชันปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขข้อบกพร่องในการสร้าง UI มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีเนื้อหาปริมาณมาก ช่วยลดเวลาในการประเมินคุณภาพ และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ใครต่อใครพากันเลือก Flutter

มีการใช้งานใกล้เคียงกับแอพพลิเคชั่นเนทีฟ

Flutter เขียนขึ้นมาโดยใช้ภาษาที่เรียกว่า Dart ซึ่งจะทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ JavaScript ประเภท Bridged เหมือน React Native และถูก compile เป็นภาษาเครื่อง วิธีนี้ช่วยให้สามารถ Compile และ Release แอปพลิเคชันได้เร็วกว่าที่คุณทำด้วย React Native

ใช้ความซับซ้อนต่างๆ ของ UI แบบ Animation และแบบ Custom ได้

เมื่อรวมวิดเจ็ตต่างๆ คุณสามารถสร้าง UI ที่ซับซ้อนซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับระบบปฏิบัติการรุ่นต่าง ๆ ด้วย Library ต่างๆ จาก community ที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย แอปพลิเคชันของคุณจะดูเรียบเนียนและราบรื่น และทุกสิ่งที่คุณเห็นบนหน้าจอสามารถปรับแต่งได้ด้วยการรองรับภาพเคลื่อนไหวของ Flutter!

ใช้ทำ MVP ได้สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์ใดที่มีการใช้งานได้น้อยที่สุดเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการตรวจสอบความคิดทางธุรกิจ มันช่วยให้คุณมีส่วนร่วมในการป้องกันความล้มเหลวทางธุรกิจเนื่องจากคุณสามารถรับข้อเสนอแนะและความต้องการของลูกค้าได้อย่างง่ายดาย คุณสมบัติของ Flutter ที่มีความเร็วสูง ง่ายต่อการผสมผสาน และมี UI ที่มีความยืดหยุ่นสูงทำให้ Flutter กลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบในการสร้าง MVP ในระบบมือถือ

คุณลักษณะการ Reload ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบและนักพัฒนา

นอกเหนือจากความสนุกสำหรับนักพัฒนาแล้ว  Reload ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือระหว่างนักออกแบบและนักพัฒนา ลองจินตนาการว่านักพัฒนาแนะนำให้นำการเปลี่ยนแปลงไปใช้กับ UI และทันทีที่ผู้ออกแบบลงมือออกแบบแอพพลิเคชั่น ทั้งนักออกแบบและนักพัฒนาสามารถดูได้ทันทีว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร

แอพพลิเคชั่นมีการตอบสนองสูง

แอพพลิเคชั่น Flutter สามารถทำงานได้บนแพลตฟอร์มปัจจุบันที่ทำงานได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรหัส Dart และการออกแบบที่โดดเด่นบนแพลตฟอร์ม การพัฒนาแอพพลิเคชั่น Flutter ได้ก้าวไปข้างหน้า และเปิดโอกาสใหม่สำหรับเว็บและเดสก์ท็อปที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน

สรุป

เราสามารถตั้ง Flutter ให้เป็นผู้เปลี่ยนเกมในโลกแห่งการพัฒนาข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างไม่ต้องสงสัย ฟีเจอร์ที่โดดเด่นทั้ง 7 นี้ทำให้ Flutter แข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยมท่ามกลางเครื่องมือพัฒนา

ทีมา https://levelup.

อะไรคือสิ่งที่ UX ในปี 1989 สอนเรา?

อะไรคือสิ่งสำคัญในบริบทของผู้ใช้เมื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ?

ผู้เขียนขอพาพวกคุณกลับไปในยุค 1989 ก่อนที่จะมีไอโฟน เกม ออฟ โทรน และเน็ตฟลิกซ์

ในยุคนั้นมีบริษัทใหญ่ 3 บริษัทที่ออกเกมคอนโซล ได้แก่ นินเทนโด เซก้า และอาตาริ ก่อนหน้าที่จะมีการออกเกมคอนโซล เด็กเล็กๆ มักออกไปเล่นนอกบ้าน และผู้ใหญ่นิยมอ่านหนังสือและพูดคุยกันเกี่ยวกับคนที่นั่งอยู่ถัดไป

นินเทนโดขายเกมบอย เซก้าขายเกมเกียร์ และอาตาริขายลิงซ์ ซึ่งเกมเกียร์และลิงซ์เป็นจอภาพสี มีทั้งหมด 4,096 สี ในขณะที่เกมบอยเป็นสีเทา 4 เฉดบนจอสีเขียว เกมเกียร์และลิงซ์เล่นง่ายกว่ามาก และมีขนาดใหญ่กว่า

จากข้อมูลที่กล่าวมา คุณคิดว่าเกมคอนโซลอันไหนที่คุณจะซื้อ? คำใบ้ เกมคอนโซลอันหนึ่งขายได้ 180.7 ล้านก๊อปปี้ ในขณะที่อีกสองอันที่เหลือขายได้ 3 และ 10.67 ล้านก็อปปี้

ขณะที่เกมเกียร์และลิงซ์ที่มีเทคโนโลยีสูงกว่า แต่เกมบอยกลับครองยอดขาย 180.7 ล้านเครื่อง และเป็นเกมคอนโซลที่ขายดีที่สุดในศตวรรษที่ 20

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้....?

ทีมผู้ผลิตเกมนินเทนโดภายใต้หัวเรือใหญ่ คุณกุนเป โยโคอิไม่ได้รับการฝึกปรือด้านการออกแบบหรือประสบการณ์ผู้ใช้งานอย่างเป็นมืออาชีพมาก่อน แต่คุณโยโคอิเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักใช้เทคโนโลยีเก่าให้ทันสมัย มีราคาไม่แพง และเข้าใจง่าย

ทีมของนินเทนโดสร้างเกมบอยด้วยการตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นทิ้งให้หมด พวกเขาใช้เทคโนโลยีชาร์ป โพรเซสเซอร์ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุค 1970 พวกเขาทำให้เครื่องเกมบอยมีขนาดเล็กๆ ไม่มีสี และไม่ค่อยใช้ลูกเล่นทางกราฟิก ทำให้มีราคาถูก คนซื้อหาได้ สนนราคาเพียง 90 ดอลล่าร์สหรัฐ ในขณะที่เกมเกียร์ราคา 150 ดอลล่าร์สหรัฐ และลิงซ์ราคา 180 ดอลล่าร์สหรัฐ ถึงแม้มันจะมีขนาดเล็ก แต่พอเหมาะกับกระเป๋าขนาดใหญ่ และสามารถเล่นได้ถึง 30 ชั่วโมงด้วยถ่านขนาด AA 2 ก้อน ในขณะที่เกมเกียร์ต้องใช้ถ่าน AA 6 ก้อนและเล่นได้เพียง 3-5 ชั่วโมงเท่านั้น

จากการสัมภาษณ์คุณยูกิฮิโตะ โมริคาวะ ซึ่งเป็นประธานบริษัทมูมู เขาได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ก่อนที่โยโคอิจะเสียชีวิต ว่า ตอนแรกนินเทนโดต้องการให้เป็นเกมสี แต่โยโกอิผลักดันให้เป็นสีขาวดำ เพราะโยโกอิเข้าใจเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้เป็นอย่างดี และเกมคอนโซลที่มีราคาเป็นมิตรต่อผู้ใช้จะเข้าถึงผู้ซื้อจำนวนมากกว่า เขาจึงสร้างเกมขาวดำ ขนาดเล็ก และเล่นได้นาน หากสนใจบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของโยโกอิ เชิญคลิกลิงก์นี้ค่ะ : http://shmuplations.

[Final Call] เปิดวาร์ปเส้นทางการค้า ด้วยดาต้าทั่วหล้าฟ้าดิน

Hackathon สำหรับผู้ที่สนใจในการค้าขายระหว่างประเทศ และเชื่อมั่นในศาสตร์แห่งการใช้ Data เพื่อเฟ้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เราขอเชิญให้มาลองสมัครกัน จะมาเป็นทีม หรือจะมาหาเพื่อนร่วมทีมก็ได้ ลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 160,000 บาท

"มาหาทีม หรือเพื่อนร่วมทีมของคุณ"
ถ้าคุณมีทีมอยู่แล้วเยี่ยมเลย แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองมีของ แล้วยังหาเพื่อนร่วมทัพสำรวจไม่ได้ คุณก็ไม่ต้องเสียใจไป
นักรบยกทัพ
ถ้าคุณรวมกลุ่มกันได้ 3-5 คน คุณก็สามารถสมัครเข้าร่วม Hackathon นี้แล้วรอลุยพร้อมกันได้เลย
ขุนศึกบุกเดี่ยว
ถ้าคุณยังหาใครร่วมทีมไม่ได้ เดินเข้ามาก่อน เพราะเราจะเปิดโอกาสให้คุณแสดงไอเดียเพื่อดึงดูดคนที่มีความเชื่อเดียวกับคุณเป็นผู้ร่วมทีม
"ทักษะของนักสำรวจที่เรามองหา"

โอกาสสุดท้าย
ภายใน 31 ก.ค. ประกาศผล 2 สิงหาคม 2562

สถานที่จัดงาน บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) อาคาร All Seasons Place 

กำหนดการแข่งขันวันที่ 17-18 ส.ค. 

สมัครคลิกที่นี่

จัดโดย

BACKYARD
บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Data Science, AI และ Machine Learning โดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์โลกของธุรกิจที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบันและอนาคต